สะบายดีหลวงพระบาง ความงามในม่านฟ้า อารยะธรรมมรดกโลก
 อิ่มบุญกับการตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์กว่า 300 รูป สัมผัสอารยะธรรมอันเก่าแก่ของศิลปะต้นตระกูลล้านช้าง
โปรแกรมทัวร์ เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง ไปรถ ­- กลับรถ 4 วัน 3 คืน
วันที่หนึ่ง   :  กรุงเทพมหานคร – จ.หนองคาย
18.00น. คณะพร้อมกัน ณ .........ทีมงานให้การต้อนรับ เก็บสัมภาระขึ้นรถ คณะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.หนองคาย บริการน้ำดื่มบนรถ
วันที่สอง  :  หนองคาย - เวียงจันทร์ – วังเวียง       (B/L/D)
 07.00น. คณะถึง อ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ บริษัทอุ้มรักทัวร์ ให้การต้อนรับ รับประทานอาหารเช้า(1) 
  ออกเดินทางสู่ด่าน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ข้ามแม่น้ำโขงด้วย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่1 ชมวิวของแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงไทยและลาวมายาวนาน เข้าสู่ ด่านท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทร์ เมืองหลวงเอกของประเทศลาว ผ่านใจกลางเมือง ย่านเศรฐกิจต่างๆ
09.00น. นำคณะเข้านมัสการ พระธาตุหลวงเวียงจันทร์ องค์พระธาตุมีความสูง 45 ม. สร้างเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 
 

27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ทรงบูรณะขึ้นใหม่ภายหลังจากถูกพวกจีนฮ่อขุดหาสิ่งของมีค่ารื้อส่วนยอดพระธาตุลงมาถึงชั้นบัลลังก์ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกัน พระธาตุพนม ในประเทศไทย นับเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่างแยกไม่ออก ต่อด้วยเก็บภาพที่ระลึกหน้า ประตูชัย สร้างเสร็จใน ปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคอมมิวนิสต์ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย ขึ้นบันไดไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ แวะนมัสการ เจ้าแม่ศรีเมือง วัดศรีเมืองสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2106 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ลงความเห็นให้สร้างวัดศรีเมือง ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาถูกกองทัพสยามทำลายลงใน ปีพ.ศ.2371 และสร้างวัดศรีเมืองขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2458 ภายในวัดศรีเมืองมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่มากมายนับเป็นศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทร์

12.00น. รับประทานอาหาร(2) ณ ภัตตาคาร ในเมืองเวียงจันทร์ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองวังเวียง ระยะทาง 156  ก.ม.
  ผ่านเมืองโพนโฮงหมู่บ้านท่าเรือที่มีอาชีพ หาปลาจากเขื่อนน้ำงึม
16.00น. ถึงเมืองวังเวียง เที่ยวชม เมืองวังเวียง ดินแดนสุขาวดี มีธรรมชาติงดงามด้วยภูเขาหินปูนสูงชันตั้งเด่นตระหง่าน มี แม่น้ำซอง 
  ที่ใสสะอาดไหลผ่าน อากาศเย็นสบาย เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมา ต่างให้สมญานามว่าเปรียบเสมือน กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว ขึ้นชม ถ้ำจัง ข้ามแม่น้ำซองด้วยสะพาน  แขวน ขึ้นบันได 137 ขั้น ลอดถ้ำ ชม ปฎิมากรรมหินงอกหินย้อย และทิวทัศน์เมืองวังเวียงในมุมสูง
18.00น. รับประทานอาหาร(3) เข้าที่พัก โรงแรมมาลินี หรือเทียบเท่า หรือจะเช่าจักรยานชมบรรยากาศ ตรอกข้าวสารเมืองลาว
วันที่สาม   :  วังเวียง – หลวงพระบาง          (B/L/D)
06.00น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้าเก็บภาพบรรยากาศตอนเช้าอุ่นไอไปด้วยสายหมอกแสงแดดอ่อนๆ รับประทานอาหารเช้า
  ออกเดินทางสู่ เมืองหลวงพระบาง ผ่านผาตั้ง ผาล้อม พูนม พูช้าง ชื่อตามจินตนาการ สวยงามแปลกตาผ่าน เมืองกาสี ขึ้นภูเขาสูงเฉียดฟ้า บรรยากาศสองข้างทางสวยงามจับใจ ธรรมชาติอันงดงาม ตระการตาด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน หลากหลาย แล้วแต่จินตนาการ เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เป็นเส้นทางที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ ผ่านหมู่บ้านลาวสูงที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขา แวะพักที่หมู่บ้าน กิ่วกะจำ มีสินค้าของชาวชนเผ่ามาวางขาย  
12.00น. รับประทานอาหาร(5)ที่ร้านอาหารกิ่วกระจำ ก่อนออกเดินทางต่อ
15.00น. ถึงเมืองหลวงพระบาง แวะเช็คอินท์เก็บสัมภาระ พร้อมเตรียมตัวออกไปเล่นน้ำตกออกเดินทางไปชมน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง น้ำตกตาดกวางซี ห่างจากหลวงพระบาง 30 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในเขตหลวงพระบาง ชมความงามของน้ำตกที่ตกลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงามแต่ละชั้นเกิดจากการผสมของหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น สภาพป่าร่มรื่นและบริเวณโดยรอบน้ำตกนั้นก็ยังป่าอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากตัวน้ำตกตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน มีสะพานและเส้นทางเดินชมรอบๆ น้ำตก (สามารถเล่นน้ำตกได้)
18.00น. รับประทานอาหาร(6)ที่ ร้านมีชัยผล เข้าที่พัก โรงแรมนาเวียงคำ บูติค หรือเทียบเท่า
วันที่สี่    :  ซิติ้ทัวร์เมืองหลวงพระบาง            (B/L/D)
05.30น. อรุณสวัสดิตอนเช้า ร่วม ตักบาตรข้าวเหนียว ประเพณีสืบทอดจากแก่นในจิตใจของชาวหลวงพระบาง และยังคงเป็นมนต์ตรา
  ที่ใครได้พบเห็นจะตราตรึงความเลื่อมใสด้วยใจบริสุทธิ์ที่แท้จริง  แสงพระอาทิตย์สีทอง กระทบจีวรเหลืองอร่ามเปล่งประกาย เรือนโบราณเป็นฉากหลัง  ต่อด้วยเดินชม ตลาดยามเช้าหลวงพระบาง ศึกษาวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของชาวหลวงพระบาง ที่ออกมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดตอนเช้า หรือ นั่งจิบกาแฟประชานิยม
07.00น. รับประทานอาหารเช้า(7)เข้าชม วัดวิชุล สร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิชุนราชในราวปี พ.ศ. 2057 วัดนี้ผ่านการเผาทำลาย
  โดยจีนฮ่อที่เข้ามาปล้นเมืองในอดีตและได้รับการบูรณะ ใหม่ในปี พ.ศ. 2457 โดยนายช่างชาวฝรั่งเศสผู้ที่ได้ทำการบูรณะนครวัด จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุหมากโม พระธาตุที่มีลักษณะพิเศษคล้ายผลแตงโมคว่ำ คล้ายสถูปแบบฟองน้ำที่สาญจี ประเทศ อินเดีย พระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย ซึ่งพระธาตุหมากโมเคยถูกปฏิสังขรณ์มาแล้ว 2 ครั้ง ในปีพ.ศ.2402 รัชสมัยเจ้ามหาชีวิตสักรินทร์ (คำสุก) และบูรณะอีกครั้งในปีพ.ศ. 2457 รัชสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งในการบูรณะครั้งนี้ ได้ค้นพบโบราณสถานศิลปวัตถุมากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน และ โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากแก้ว เช่น เดียวกับพระแก้วมรกต ปัจจุบันโบราณวัตถุเหล่านี้ได้เก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงพระบาง ในปัจจุบันได้เปิดส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุสำคัญๆ รวมไปถึง ซุ้มประตูโขง ในพระอุโบสถที่เป็นซุ้มประตูโขงที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ต่อด้วยเข้าชมหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ชม พระราชวังหลวง ขึ้นในปีพ.ศ. 2477 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส สร้างฐานซ้อนกันหลายชั้น หลังคามุงกระเบื้อง นับเป็นการผสมผสานความงดงามของตัวอาคารแบบฝรั่งเศสกับศิลปะแบบล้านช้างในตัว พระราชวังได้อย่างลงตัว เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ประทับอยู่ที่พระราชวังหลวงพระบางจวบจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในปี พ.ศ. 2518 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีข้าวของเครื่องใช้ของเจ้ามหาชีวิตลาวจัดแสดงไว้ให้เข้าชม ต่อด้วยเข้าชม หอพระบาง ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบางและยังเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง โดยพระบางหล่อขึ้นด้วยทองคำบริสุทธิ์เกือบทั้งองค์ น้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม ลักษณะเป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยบายนอยู่ในท่าประทับยืนปางประทานอภัยทั้ง สองพระหัตถ์หรือปางห้ามสมุทร นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะขอมสลักศิลาอีก 4 องค์ และกลองโบราณอยู่ภายในหอด้วย ส่วนฝั่งตรงข้ามกับหอพระบางเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวลาว เก็บภาพแห่งความประทับใจ เข้าชม  วัดเชียงทอง วัดเก่าแก่ที่สวยงามด้วยศิลปะแบบล้านช้าง “หลังคาปีกนก” 3 ชั้น สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พ.ศ. 2102-2103 ภายในอุโบสถมีงานจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวในพระชาดกและนิทานพื้นบ้านสวยงาม นอกจากนั้นภายในเขตวัดยังมีพอพระม่านซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระม่าน” 1 ใน 3 พระพุทธรูปคู่เมืองของหลวงพระบาง หอพระพุทธไสยาสน์ที่มีงานประดับกระจกสีเป็นลายเรื่องราวพื้นบ้านของชาวลาว และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์อายุกว่า 400 ปี พระธาตุศรีสว่างวงศ์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บพระอัฐิของเจ้าเมืองในอดีต และโรงราชรถพระโกศหรือ “โรงเมี้ยนโกศ” โรงราชรถเจ้าเมืองโบราณ ภายในมีราชรถไม้แกะสลักปิดทองคำเปลว และภาพแกะสลักลงรักปิดทองตอนสำคัญต่างๆ ของมหากาพย์รามเกียรติ์ วัดแห่งนี้ยังได้รับการดูแลจากเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ ที่ได้รับการกล่าวขานและได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีโดดเด่นยิ่งนักความงดงามและทรงคุณค่าเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมของลาวเลยทีเดียว เก็บภาพแห่งความประทับใจ05.30 น.    อรุณสวัสดิตอนเช้า ร่วม ตักบาตรข้าวเหนียว ประเพณีสืบทอดจากแก่นในจิตใจของชาวหลวงพระบาง และยังคงเป็นมนต์ตรา ที่ใครได้พบเห็นจะตราตรึงความเลื่อมใสด้วยใจบริสุทธิ์ที่แท้จริง  แสงพระอาทิตย์สีทอง กระทบจีวรเหลืองอร่ามเปล่งประกาย เรือนโบราณเป็นฉากหลัง  ต่อด้วยเดินชม ตลาดยามเช้าหลวงพระบาง ศึกษาวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของชาวหลวงพระบาง ที่ออกมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดตอนเช้า หรือ นั่งจิบกาแฟประชานิยม
12.00น.  รับประทานอาหาร (8)ที่ร้านอาหาร ปากห้วยมีชัย  ก่อนนั่งเรือข้ามฝากขึ้นชม ถ้ำติ่ง โพรงถ้ำโบราณกลางแม่น้ำโขง
  มีความสูงประมาณ 60 เมตร จากพื้นน้ำมีหินงอกหินย้อย แต่ไม่สวยเด่น ในสมัยโบราณถ้ำติ่งเป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง แต่ต่อมาในสมัยพระเจ้าโพธิสาราช เจ้ามหาชีวิตลาวในอดีตเสด็จมาสักการะในช่วงวันปีใหม่ลาวเป็นประจำทุกปีได้ใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาแทนการนับถือผี และเมื่อตอนค้นพบถ้ำใหม่ ๆ ได้พบพระพุทธรูปจำนวนหนึ่งที่ทำด้วยทองคำและเงิน แต่ปัจจุบันได้ถูกลักลอบออกไปจนหมด ส่วนพระพุทธรูปที่เหลือส่วนใหญ่ทำจากไม้ และเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18-19 มีทั้งปางประธารพรและปางห้ามญาติ ออกเดินทางกลับระหว่างทาง แวะ บ้านช่างไห หมู่บ้านที่ยึดอาชีพต้มเหล้ามาช้านานเลือกชมและซื้อผ้าทอมือโคมไฟ เครื่องเงิน ที่ บ้านผานม เป็นฝีมือช่างเก่าชาววัง ไว้เป็นที่ระลึกและของฝาก
17.30น. เดินขึ้นบันได 328 ขั้น สู่ยอดดอยพูสี ผ่านดงดอกจำปาลาวกลิ่นหอมให้คลายเหนื่อยถึงยอดดอย สักการะพระธาตุพูสี 
  ที่เป็นทั้งหลักเมืองของหลวงพระบาง และยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมในอดีต พระธาตุแห่งนี้สร้างขึ้นบนภูเขาของฤๅษี มีอายุราว 227 ปี ด้านบนของพระธาตุมีจุดชมวิวเมืองที่สวยงาม บนจุดชมวิวแห่งนี้สามารถมองเห็นตัวราชธานีเก่า พระราชวังหลวงพระบาง อาคารบ้านเรือน แม่น้ำโขงและแม่น้ำคานที่ไหลผ่านโอบล้อมไปด้วยขุนเขาสมนามกล่าวขาน บ้านผาเมืองพูคู่อารยะธรรมล้านช้าง เวลาที่เหมาะแก่การขึ้นสักการะพระธาตุและถ่ายรูป-ชมวิว คือ หลังสี่โมงเย็นไปแล้ว เพราะอากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนแดด ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของเมืองอีกด้วย
18.00น. รับประทานอาหาร (9) ที่ร้าน เทพบุบผา แล้วเดินช้อบปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดมืด เป็นตลาดที่ชาวบ้าน นำสินค้าที่ทำเอง
  ทอเอง วางขายเรียงรายตามถนนให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชม  อาทิ โคมไฟกระดาษสา กระเป๋าปัก ผ้าปัก เครื่องเงิน ฯลฯกลับที่พัก โรงแรมนาเวียงคำ บูติค หรือจะท่องราตรีต่อ
วันที่ห้า   :  หลวงพระบาง – นครหลวงเวียงจันทร์ – จ.หนองคาย          (B/L/-)
05.00น. อรุณสวัสดิตอนเช้า ออกเดินทางกลับจากหลวงพระบางเช้านิดหนึ่ง เพื่อ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด ท่ามกลางทะเลหมอก
  และภูเขาที่รับกันอย่างลงตัว พร้อมจิบกาแฟ พื้นบ้านและรับประทานอาหาร (10) ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง แวะชมวิถีชีวิตของชาวลาวสูง บนดอยภูคูณ จุดชมวิว ที่สูงที่สุดบนเส้นทาง
12.00น. ถึงเมืองวังเวียง รับประทานอาหาร(11)ที่ร้านอาหารนางบด สนามบินเก่า ออกเดินทางต่อสู่เมืองเวียงจันทร์
16.00น. เข้าเขต นครหลวงเวียงจันทร์ มุ่งหน้าสู่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว เลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษี ผ่านพิธีการตรวจ
  คนเข้าเมืองนำท่านเข้าสู่ จ.หนองคาย ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ
วันที่หก   :  จ.หนองคาย – กรุงเทพมหานคร
04.00น. คณะเดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจจากทีมงาน
   
*โปรแกรมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา เราจะถือเอาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆทั้งสิ้นลูกค้าไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
สิ่งที่ควรเตรียมไป - สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว,ร่ม,หมวก,ครีมกันแดด,หมวก,ยารักษาโรคประจำตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย รวมทั้งคนรู้ใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
   
Copyright 2016 by www.aumluck-tour.com